รีวิวแผนการเรียนม.ปลาย โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่
สวัสดีนะทุกคน 👋
บทความนี้เราจะมารีวิวสายการเรียนในโรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ของพวกเรากัน โดยจะนำมุมมองและความคิดเห็นจากประสบการณ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 66 มาแนะนำสายการเรียนต่างๆ ที่พวกเราผ่านการเรียนอย่างดุเดือดมาแล้วถึง 3 ปี !
พวกเราจะไปสัมภาษณ์ตัวแทนจากสายการเรียนทั้ง 8 สาย ถึงข้อดีและข้อเสียว่ามีอะไรบ้างในสายการเรียนนั้นๆ และสายการเรียนนั้นเรียนอะไรเป็นหลัก เจออะไรบ้าง โดยพวกเราจะสรุปประเด็นที่ได้จากการสัมภาษณ์มาให้ทุกคนได้อ่านกันแบบรวบรัดจากเหล่าเด็กม.6 ทั้งหลาย
จะเป็นยังไงบ้าง! ไปดูกันนน
1. ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
บทสัมภาษณ์: อ้อแอ้ จาก ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
" รีวิวตั้งแต่ข้อสอบสอบเข้านะ ยากแบบตะโกนเลยเพราะข้อสอบที่ใช้สอบเข้าจะเหมือนกันหมดโดยห้องกิ๊ฟทุกที่จะใช้เป็นข้อสอบกลางจากยุพราช ค่อนข้างที่จะยากมาก แล้วเราคือทำไม่ทันเกือบไม่ติดละ พอเข้ามาแล้วห้องกิ๊ฟก็คือห้องธรรมดาแต่คนเก่งเยอะมาก คนเก่งเรื่องนั้นเรื่องนี้เยอะแยะไปหมดและทุกคนค่อนข้างขยัน พอ ม.6 เวลาว่างทุกคนจะหยิบหนังสือมาอ่านหมด เรื่องการเรียนคือเรียนปกตินะแต่หลักสูตรจะ advance กว่าห้องปกตินิดหน่อย แต่ถามว่าตอนเข้ามหาลัยใช้มั้ย ก็ไม่ เพราะมันสอบตามในหนังสือสสวท. สอนง่ายนะ แต่ข้อสอบอะ ยากมากๆ ข้อเขียนหมด คนละชุดกับห้องอื่นเลย บางทีก็น้อยใจเกรดตัวเองสุดๆ ไม่น่ามาเข้าเลย เกรดน้อยมากเพราะสอบข้อเขียนหมด หลักสูตรการเรียนก็จะมีประมาณนี้
ห้องกิ๊ฟก่อนจบ ม.6 ทุกคนต้องทำโครงงานไปแข่งระดับภาคกับห้องกิ๊ฟโรงเรียนอื่นด้วยถึงจะถือว่าจบแบบสมบูรณ์ ละกิจกรรมก็เยอะมากด้วย มีค่ายเยอะ ค่ายไปเที่ยวกับเพื่อนห้องกิ๊ฟต่างโรงเรียนที่จังหวัดต่างๆ อย่างปีนี้เราไปแม่ฮ่องสอน รู้จักเพื่อนโรงเรียนอื่นเยอะมาก ไป 4 วัน 2 คืนนะ ละก็มีค่ายห้องที่แปลว่าเที่ยวนั่นแหละ เที่ยวปีละสองครั้ง เทอม 1 ไปพวกแถวภาคเหนือ 3 วัน
2 คืน เทอมสองส่วนมากไปทะเลไม่ก็กทม. ไปประมาณ 4 วัน 3 คืน ค่อนข้างสนุก แฮปปี้มาก เพราะเที่ยว
สังคมเพื่อนก็ดีนะ ทุกคนช่วยกันเรียนช่วยกันลอก555555 ใครทำเสร็จก่อนก็จะส่งลงกลุ่ม เปลี่ยนเวรกันไป เพราะม.6 ค่อนข้างหนัก ทุกคนจะทำงานที่โรงเรียนให้เสร็จเลย เรื่องแอร์ เย็นก็จริงแต่ค่าไฟจ่ายเอง ตอนนี้เกือบ 6 พันละ "
จากที่เราไปสัมภาษณ์มา พบว่า ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ต่างจากเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ทั่วไปตรงที่ เนื้อหาการเรียนจะเข้มข้นกว่าและมีโอกาสในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์จากห้องทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ เห็นแบบนี้โรงเรียนเรายังมีการเรียนรู้นอกสถานที่ต่างๆ อีกเยอะด้วยนะ !
2. ห้องเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
บทสัมภาษณ์: กิ่งไผ่ จาก ห้องเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
" แผนวิทย์คณิตสำหรับเราถือว่าโอเคเลยนะ แต่มันต้องคอยตื่นตัวอยู่ตลอดอะ ถ้าช้าหรือไม่เข้าใจอะไรก็ต้องรีบทำความเข้าใจ เพราะยิ่งปล่อยไว้ก็คือมันบ้ามากที่จะมาจำมาทำความเข้าใจคราวหลัง แล้วยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ก็คือตามไม่ทันเลย แผนวิทย์-คณิต ก็ตามชื่อแผนการเรียน โดยเราจะเรียนหมวดวิทย์และคณิตแบบจุกๆ อาจจะไม่หนักเทียบ Gifted แต่ก็เอาเรื่องอยู่นะว่าไป ส่วนเรื่องสังคมเพื่อนอะไรงี้ก็โอเค ทุกคนเป็นกันเองมากๆ เป็นกันเองจนงงอะ ว่าอ้าว สนิทกันละ มีอะไรก็คอยช่วยเหลือกันอาจจะเป็นอะไรเล็กๆน้อยๆ แต่มันดีมาก ปลื้มใจสุดๆ แต่ถ้าช่วงสอบนี่ก็คือบางทีก็ตัวใครตัวมันนะ บางคนคือเสือห่มหนังแกะชัดๆ เหมือนอยู่ในดงเสือตลอดเวลา นั่นแหละ ก็ตามนั้นวิทย์-คณิตมันดี สำหรับใครที่ชอบก็มาเถอะ "
จากที่เราไปสัมภาษณ์มา พบว่า แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์การเรียนก็ตรงตามชื่อเลยค่ะ เน้นที่วิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ การเรียนค่อนข้างหนักเพราะเนื้อหาเยอะ และเนื่องจากผู้เขียนเป็นเด็กแผนการเรียนนี้จึงขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ช่วงม.4-5 เราได้เรียนวิชาคณิตและวิทย์รวมกันเกือบ 20 คาบ/สัปดาห์ วิชาอื่นคือวิชาพักดีๆ นี่เอง เนื้อหาค่อนข้างเยอะและยาก สอบย่อยบ่อยมากๆ บางอาทิตย์สอบทั้ง 5 วัน อ่านหนังสือจุกๆ เพื่อนๆในห้องคนเก่งเยอะถ้าไม่เข้าใจตรงไหนเดินไปถามเพื่อนได้เลยเพื่อนน่ารักกันจริงๆ คุณครูก็น่ารักค่ะสอนดีแตกต่างกันไป ได้ทำแลปทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีวะเลย ก็สนุกดีค่ะ
3. ห้องเรียนศิลป์คำนวณ
บทสัมภาษณ์: โดโด้ จาก ห้องเรียนศิลป์คำนวณ
" ศิลป์คำนวณ จะเน้นไปที่วิชาคณิตเป็นหลัก ต้องได้เจออย่างน้อยวันละ 1 ตัว และวิชาอังกฤษหลายตัวมาก จนงงว่าเรียนศิลป์ภาษารึป่าว แต่สังคมเองก็เจอคนเยอะมากเช่นกัน จะไม่ค่อยมีวิทย์มากเท่าไหร่ และจะไม่ยากเท่าของห้องวิทย์-คณิต เหมือนเป็นวิทย์พื้นฐานที่ควรรู้ง่ายๆ มากกว่า กิจกรรมไม่ค่อยมีไรมาก ส่วนใหญ่จะแล้วแต่คนว่าจะลงกิจกรรมนั้นๆ ไหม เช่น คิดเลขเร็ว ค่ายคณิต ฯลฯ "
จากที่เราไปสัมภาษณ์มา พบว่า เป็นห้องเรียนที่เน้นการเรียนคณิตศาสตร์ เหมาะกับคนที่ถนัดกับการเรียนคณิตศาสตร์มากกว่าวิทยาศาสตร์ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เจอเลยเพียงแต่เนื้อหาจะเข้มข้นน้อยกว่าห้องวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ทั่วไป
4. ห้องเรียนไทย-สังคม
บทสัมภาษณ์: มิ้น จาก ห้องเรียนไทย-สังคม
" แผนการเรียนศิลป์ไทย-สังคมเป็นแผนที่จะเน้นในรายวิชาภาษาไทย ประวัติศาสตร์สังคม จะมีวิชาที่เรียนเพิ่มมาจากสังคมหลัก อย่างเหตุการณ์ปัจจุบันที่เป็นวิชาที่จะเอาเหตุการณ์ในอดีตมาเปรียบกับปัจจุบันเพื่อดูความต่างของยุคสมัย การพัฒนาของเหตุการณ์ จะได้เรียนในการเขียนรายงานเชิงต่างๆ เมื่อมีกิจกรรมวันภาษาไทยหรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญของไทยจะได้เข้าร่วมทั้งร่วมการแสดงหรือการจัดกิจกรรม "
จากที่เราไปสัมภาษณ์มา พบว่า เป็นการเรียนเกี่ยวกับวิชา สังคม ภาษาไทย หน้าที่พลเมือง กฎหมาย ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศาสนาและประวัติศาสตร์ และยังรวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ในวันสำคัญต่างๆ อย่างเช่น วันสุทรภู่ วันภาษาไทยแห่งชาติ เป็นต้น ที่ห้องเรียนไทย-สังคมจะได้เป็นแม่งานในการช่วยเหลือทำกิจกรรมอีกด้วยค่ะ บอกเลยว่าเยอะสุดๆ
5. ห้องเรียนภาษาอังกฤษ
บทสัมภาษณ์: ไอคิว จาก ห้องเรียนภาษาอังกฤษ
" ศิลป์อังกฤษก็ตามชื่อเลย เรียนอังกฤษค่อนหลายตัวมาก แต่ก็เรียนวิชาอื่นเยอะเหมือนกันกับศิลป์ทั่วไปสายนี้มีข้อดี คือได้เจอทีชเชอร์เยอะ ได้คุยแบบหลากหลายสำเนียงงี้ แต่สำหรับคนที่ปิดใจคุยกับครูต่างชาติอาจจะยากนิดนึง รูปแบบกิจกรรมก็มีทั้งงานจัดกิจกรรมคริสมาสต์ที่มี ม.4 เป็นเฮด ส่วนในเรื่องหลักสูตรเนื่องจากเป็นปีแรก เลยยังไม่เสถียรมาก แต่ปีนี้ก็ปรับขึ้นม.5 วิชาวรรณกรรมจะเน้นภาคปฏิบัติเป็นหลัก เพราะม.4 เรียนทฤษฎี
จากที่เราไปสัมภาษณ์มา พบว่า การเรียนเน้นไปทางด้านภาษาอังกฤษ เรียนตั้งแต่การพูด
การอ่าน การเขียนไวยากรณ์ และกิจกรรมประจำของศิลป์อังกฤษนี้ก็คือ กิจกรรมคริสต์มาส! ซึ่งบอกได้เลยว่าถ้าได้อยู่สายการเรียนภาษาอังกฤษนี้จะได้เป็นแม่งานจัดงานในการจัดงานในแต่ละปีอีกด้วยน้า
6. ห้องเรียนภาษาจีน
บทสัมภาษณ์: ตังค์ฮอม จาก ห้องเรียนภาษาจีน
" คัดคำศัพท์จีนและจำศัพท์เยอะมากแต่เวลาที่ได้ใช้ภาษาคุยกันคนจีนก็สนุกดีนะ
เวลาว่างส่วนใหญ่ก็จะเทให้คัดคำศัพท์จีนไปแทบหมดเลย ถ้ามีกิจกรรมก็ได้จัดซุ้มจีน
ได้ช่วยครูทำขนมของประเทศจีนและในคาบเรียนก็จะมีตัดกระดาษรูปโคมประดับของประเทศจีน
แต่งานหลักที่จัดกิจกรรมจัดสถานที่และทุกระดับชั้นต้องจัดการแสดง คือกิจกรรมตรุษจีน "
จากที่เราไปสัมภาษณ์มาค้นพบว่า เป็นสายการเรียนที่มีเสน่ห์มากไม่แพ้กับสายการเรียนอื่นๆ เลยค่ะ เป็นการเรียนที่ต้องใช้ทั้งความจำ และความเข้าใจรวมถึงความชอบ และความสนใจอีกด้วย ยิ่งวันตรุษจีนของโรงเรียนเราก็เป็นงานที่จัดขึ้นโดยสายการเรียนนี้เป็นหลัก และได้จัดงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการมีทั้งการเชิดสิงโต และการแสดงต่างๆ ที่จะได้ทำให้คนทั่วโรงเรียนได้ดูอีกด้วยนะคะ ตื่นเต้นมากมากเลยล่ะค่ะ
7. ห้องเรียนภาษาเกาหลี
บทสัมภาษณ์: ฝน จาก ห้องเรียนภาษาเกาหลี
" การเรียนภาษาเกาหลีเรียนไวยากรณ์ค่อนข้างเยอะ และรายละเอียดของไวยากรณ์มีความคล้ายกันแต่มีวิธีการใช้ที่แตกต่าง ดังนั้นต้องมีความจำที่ดี คำศัพท์เยอะ ละกษณะของคำศัพท์ก็มีทั้งยาวและสั้น การเรียนสำนวนของเกาหลี วัฒนธรรมเกาหลีที่เรียนก็สนุก ส่วนครูผู้สอนก็เรียนทั้งกับครูเกาหลีและครูไทย แซม(ครูเกาหลี)เป็นคนใจดี สอนดี เรียนกับแซมมักจะใช้ภาษาเกาหลีพูดคุยเป็นส่วนใหญ่ ตอนเรียนกับครูเบลก็เรียนสนุก การแต่งประโยคสำหรับเราค่อนข้างจะยากนะ เราจำคำศัพท์ไม่เก่ง เรื่องการผันไวยากรณ์ก็สำคัญ กฎพูลกูชิกต่างๆ อันนี้สำคัญมากมันเอาไว้ใช้กับไวยากรณ์ทั้งคู่ "
จากที่เราไปสัมภาษณ์มา พบว่า การเรียนภาษาเกาหลีเป็นการเรียนที่ต้องใช้ความเข้าใจและความชอบอย่างมาก และเป็นอะไรที่ละเอียดมากจริงๆ ไม่แพ้กับการเรียนภาษาจีนหรือญี่ปุ่นเลย อีกทั้งเรายังพบอีกว่าสายการเรียนนี้ค่อนข้างที่จะเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงวัยรุ่นที่ได้รับอิทธิพลจากสื่อโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นเพลง, ศิลปิน, หรือซีรีส์ต่างๆ จากประเทศเกาหลี บอกเลยว่า ถ้าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมต่างๆ ในเกาหลีต้องเลือกแผนการเรียนนี้เลย !
8. ห้องเรียนภาษาญี่ปุ่น
บทสัมภาษณ์: บิว จาก ห้องเรียนภาษาญี่ปุ่น
" ม.4 กิจกรรมมีตอนเปิดบ้านวิชาการเป็นการขายทาโกะยากิเเละคอสเพลย์ กิจกรรมมีไม่ค่อยเยอะเพราะเรียนออนไลน์ ม.5 จะเป็นกิจกรรมที่จัดเเข่งกันในศิลป์ เเละการใส่ชุดยูกาตะ เเละมีการคัดเลือกน้องในศิลป์ไปเเข่งทักษะภาษาญี่ปุ่นต่างๆ ครับ
เรียนญี่ปุ่นต่อวันเฉลี่ยอาทิตย์ละ 2 คาบครับ ครูสอนดีสนุก ได้ใช้ภาษาตลอดเพราะส่วนใหญ่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสนทนา "
จากที่เราไปสัมภาษณ์มาค้นพบว่า มีการเรียนคล้ายๆ กับของเรียนสายภาษาต่างๆ เลยค่ะ ที่จะเรียนเกี่ยวกับไวยากรณ์ภาษา การพูด การเขียน เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นเป็นหลักๆ ซึ่งกิจกรรมก็อย่างเช่น เราจะได้ชมการคอสเพลย์ และการแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของการเรียนสายนี้อีกด้วย
เอาล่ะเป็นไงกันบ้างคะ กับการสัมภาษณ์สายการเรียนในโรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ของเรา
สุดท้ายนี้พวกเราจะบอกว่า การเลือกเรียนสายการเรียนในม.ปลายนั้นสำคัญมาก เพราะมันมีผลกับการเลือกเข้าเรียนในมหาลัยเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราควรเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ ความสนใจ และความถนัดนะคะ พวกเราเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ทุกคนที่กำลังตัดสินใจเลือกสายการเรียนนะคะ !
พวกเราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่เข้ามาอ่าน
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ💖💖
.jpg)








.jpg)
.jpg)

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น